วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โทษและพิษภัยของสารเสพย์ติด


โทษและพิษภัยของสารเสพย์ติด

                เนื่องด้วยพิษภัยหรือโทษของสารเสพติดที่เกิดแก่ผู้หลงผิดไปเสพสารเหล่านี้เข้า ซึ่งเป็นโทษที่มองไม่เห็นชัด เปรียบเสมือนเป็นฆาตกรเงียบ ที่ทำลายชีวิตบุคคลเหล่านั้นลงไปทุกวัน ก่อปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสุขภาพ ก่อความเสื่อมโทรมให้แก่สังคมและบ้านเมืองอย่างร้ายแรง เพราะสารเสพย์ติดทุกประเภทที่มีฤทธิ์เป็นอันตรายต่อร่างกายในระบบประสาท สมอง ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการของร่างกายและชีวิตมนุษย์ การติดสารเสพติดเหล่านั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นแก่ร่างกายเลย แต่กลับจะเกิดโรคและพิษร้ายต่างๆ จนอาจทำให้เสียชีวิต หรือ เกิดโทษและอันตรายต่อครอบครัว เพื่อนบ้าน สังคม และชุมชนต่างๆ ต่อไปได้อีกมาก
โทษทางร่างกาย และจิตใจ
                1. สารเสพติดจะให้โทษโดยทำให้การปฏิบัติหน้าที่ ของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเสื่อมโทรม พิษภัยของสารเสพย์ติดจะทำลายประสาท สมอง ทำให้สมรรถภาพเสื่อมลง มีอารมณ์ จิตใจไม่ปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เช่น วิตกกังวล เลื่อนลอยหรือฟุ้งซ่าน ทำงานไม่ได้ อยู่ในภาวะมึนเมาตลอดเวลา อาจเป็นโรคจิตได้ง่าย
                2. ด้านบุคลิกภาพจะเสียหมด ขาดความสนใจในตนเองทั้งความประพฤติความสะอาดและสติสัมปชัญญะ มีอากัปกิริยาแปลกๆ เปลี่ยนไปจากเดิม
                3. สภาพร่างกายของผู้เสพจะอ่อนเพลีย ซูบซีด หมดเรี่ยวแรง ขาดความกระปรี้กระเปร่าและเกียจคร้าน เฉื่อยชา เพราะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวสกปรก ความเคลื่อนไหวของร่างกายและกล้ามเนื้อต่างๆ ผิดปกติ
                4. ทำลายสุขภาพของผู้ติดสารเสพติดให้ทรุดโทรมทุกขณะ เพราะระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายถูกพิษยาทำให้เสื่อมลง น้ำหนักตัวลด ผิวคล้ำซีด เลือดจางผอมลงทุกวัน
                5. เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย เพราะความต้านทานโรคน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดโรคหรือเจ็บไข้ได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้วจะมีความรุนแรงมาก รักษาหายได้ยาก
                6. อาจประสบอุบัติเหตุได้ง่าย สาเหตุเพราะระบบการควบคุมกล้ามเนื้อและประสาทบกพร่อง 
ใจลอย ทำงานด้วยความประมาท และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุตลอดเวลา
                7. เกิดโทษที่รุนแรงมาก คือ จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถึงขั้นอาละวาด เมื่อหิวยาเสพติดและหายาไม่ทัน เริ่มด้วยอาการนอนไม่หลับ น้ำตาไหล เหงื่อออก ท้องเดิน อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก กระวนกระวาย และในที่สุดจะมีอาการเหมือนคนบ้า เป็นบ่อเกิดแห่งอาชญากรรม

โทษพิษภัยต่อครอบครัว
                1. ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และญาติพี่น้องจะหมดสิ้นไป ไม่สนใจที่จะดูแลครอบครัว
                2. ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง ที่จะต้องหามาซื้อสารเสพติด จนจะไม่มีใช้จ่ายอย่างอื่น และต้องเสียเงินรักษาตัวเอง 
                3. ทำงานไม่ได้ขาดหลักประกันของครอบครัว และนายจ้างหมดความไว้วางใจ
                4. สูญเสียสมรรถภาพในการหาเลี้ยงครอบครัว นำความหายนะมาสู่ครอบครัวและญาติพี่น้อง

อ้างอิง: http://www.nmt.ac.th/product/web/1/d5.html

โทษของการเที่ยวกลางคืน

โทษของการเที่ยวกลางคืน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโทษของการเที่ยวกลางคืนไว้พอเป็นตัวอย่าง 6 ประการ คือ
        2.1) ชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาตน ถานที่เที่ยวกลางคืน คือแหล่งรวมคนมิจฉาทิฏฐิ คนพาลคนขาดสติ อันตรายต่างๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอในหมู่คนเหล่านี้ ดังนั้นผู้ชอบเที่ยวกลางคืนจึงชื่อว่าเป็นการเสี่ยงภัยโดยไม่จำเป็น เพราะนอกจากจะเสียทรัพย์ เสียเวลาสำหรับทำความดีแล้ว ยังอาจเสียชีวิตเอาง่ายๆอีกด้วย ย่อมชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาตน
       2.2) ชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาบุตรภรรยา บุรุษซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ชอบเที่ยวกลางคืนย่อมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้บุตรภรรยาเอาอย่างบ้าง ดังนั้นนอกจากเขาจะชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาตนแล้ว
ยังชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาบุตรภรรยาของตนอีกด้วย
       2.3) ชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาทรัพย์สมบัติ บ้านใดก็ตามที่ มาชิกออกเที่ยวกลางคืนกัน แล้วปิดบ้านทิ้งไว้ ย่อมตกเป็นเหยื่อให้เหล่าโจรผู้ร้ายเข้าไปลักขโมยทรัพย์สมบัติได้ง่าย เพราะเหตุนี้การเที่ยวกลางคืนจึงชื่อว่าไม่คุ้มครองสมบัติ
       2.4) เป็นที่ระแวงของคนอื่น บรรดามิจฉาชีพและเหล่าโจรผู้ร้ายส่วนมากย่อมก่อกรรมชั่วกันในเวลากลางคืน บุคคลที่ไม่อยู่ในเคหสถานในยามดึกดื่นค่ำคืน แม้จะไม่ใช่โจรผู้ร้าย ก็อาจเป็นที่ระแวง
สงสัยของคนอื่นได้
       2.5) มักจะถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยเรื่องไม่จริงต่างๆ นานา เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า จะมีก็แต่คนไม่ดีเท่านั้นที่ชอบเที่ยวกลางคืน ดังนั้นใครก็ตามที่ชอบเที่ยวกลางคืน แม้ยังไม่ได้ทำความผิด หรือทำชั่ว ก็มักจะถูกระแวง ถูกใส่ร้ายป้าย ีด้วยเรื่องไม่จริงได้โดยง่าย เพราะภาพลักษณ์ของตนไม่ดีอยู่แล้ว
      2.6) มีทุกข์เป็นอันมาก จากสาเหตุทั้ง 5 ข้อที่ผ่านมาย่อมก่อให้เกิดปัญหาเดือดร้อนเป็นอันมากแก่ผู้ชอบเที่ยวกลางคืนอย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นแน่ๆ ของผู้ที่ชอบเที่ยวกลางคืนก็คือ การเสียทรัพย์เป็นจำนวนมากอย่างไร้ประโยชน์ เพราะเหตุนี้ผู้ชอบเที่ยวกลางคืน นอกจากจะเก็บออมทรัพย์ไม่ได้แล้ว ยังอาจจะกลายเป็นคนมีหนี้สินตามมาอีก โดย สรุปก็คือ ปัญหาเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นกับนักเที่ยวกลางคืนเสมอ
อ้างอิง: http://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=6422

ข้อดีและข้อเสียของการดื่มเบียร์ เหล้า แอลกอฮอล์


การดื่มเบียร์ มีประโยชน์หรือมีโทษต่อร่างกาย ยังเป็นประเด็นถกเถียงในทางวิชาการ บางทีการกล่าวว่า ดื่มเบียร์มีประโยชน์ แท้จริงก็อาจเป็น การให้เหตุผลเพื่อสนับสนุนให้มีการดื่มและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ของบริษัทผู้ผลิต ขณะเดียวกัน การกล่าวว่า การดื่มเบียร์ มีแต่โทษต่อร่างกาย ก็อาจเป็นการละเลยคุณค่าบางอย่างที่มีประโยชน์จากเครื่องดื่มประเภทเบียร์หรือไวน์ ANANTASOOK จึงขอรวบรวม ข้อดีและข้อเสียของการดื่มเบียร์มาฝากกัน เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ประกอบในการตัดสินใจ ดื่มหรือไม่ดื่ม ในแต่ละครั้ง



ข้อดีของการดื่มเบียร์ ที่มีการศึกษาและเผยแพร่ทั่วไป มีดังนี้
1. ป้องกันโรคหัวใจ : จากการศึกษาของนักวิชาการพบว่า วิตามินบี ในเบียร์ช่วยลดการก่อตัวของ กรดอมิโน โฮโมซิสตีน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของโรคหัวใจ ผู้ที่ดื่มเบียร์มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มเบียร์ 40–60% แต่ควรดื่มไม่เกินครึ่งลิตรต่อวัน (ราว แก้วต่อวัน)
2. ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์อัมพาต : สารที่มีประโยชน์ในเบียร์ ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตันจึงช่วยป้องกันโรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้
3. ช่วยลดความดันโลหิต : แพทย์ชาวฮอลแลนด์และจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดค้นพบว่า การดื่มเบียร์ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้
4. ป้องกันเบาหวาน : ผู้ที่ดื่มเบียร์มีจำนวนน้อยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เหตุผลก็คือ เบียร์ทำให้ร่างกายสามารถปรับฮอร์โมนอินซูลิให้ความทรงจำดีนักดื่มเบียร์จึง ไม่ค่อยเป็นโรคอัลไซเมอร์
5. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง : เบียร์ให้ผลดีต่อกระดูกสามารถช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้แต่ได้ผลเฉพาะกับหนุ่มสาวเท่านั้น
6. ช่วยให้อายุยืน : จากการศึกษามากกว่า 50 สำนัก พบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์วันละ 1 – 2 แก้ว มักจะมีอายุที่ยืนยาวเนื่องจากเบียร์มีสารปกป้องหัวใจ
7. ป้องกันท้องร่วง : โมเลกุลในเบียร์มีส่วนประกอบเหมือนกันกับกรดนมและน้ำส้มสายชู สารที่ว่านี้ขัดขวางเชื้อโรคในลำไส้ที่เป็นสาเหตุของท้องร่วงไม่ให้แพร่ เชื้อจนท้องเสีย
8. ต้านความเครียด : นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Montreal ค้นพบว่า คนทำงานที่ได้ดื่มเบียร์บ้างเป็นครั้งคราวมีความเครียดน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเบียร์
9. ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและในไต : นักวิชาการจากเมืองเฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์ค้นพบว่า การดื่มเบียร์วันละหนึ่งขวดก็จะได้รับแมกนีเซียมซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรค นิ่วในไตได้ถึง 40%
10. ป้องกันโรคนอนไม่หลับ : สารจากดอก Hops ในเบียร์เปรียบเสมือนยานอนหลับจากธรรมชาติช่วยให้ประสาทผ่อนคลาย ช่วยลดอาการเครียดและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
11. ช่วยต้านมะเร็ง : เบียร์มีสารโพลีฟีนอยด์ที่จะช่วยป้องกันมะเร็งโดยการดักจับอนุมูลอิสระตัว ร้ายออกจากร่างกาย สารโพลีฟีนอยด์หลักก็คือ Xanthohumol ซึ่งมีข้อดี คือ ช่วยยับยั้งโปรตีนที่ช่วยในการพัฒนาการของมะเร็ง
12. ช่วยให้ผิวสวย : ในเบียร์มีวิตามินสูง เช่น Pantothenic Acid วิตามินบี และไนอาซินซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิวใหม่ช่วยสร้างคอลลาเจนและเม็ดสี ผิวจึงเรียบเนียนและอ่อนนุ่ม

ข้อเสียของการดื่มเบียร์ 
          เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิดทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะกับตับ  ซึ่งต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเวลาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เข้าไป ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยขับพิษออกจากร่างกาย แต่ถ้าตับเสียหาย ร่างกายก็จะเต็มไปด้วยพิษ แถมที่สำคัญเบียร์ทำให้บวมอ้วนอีกด้วย นอกจากนี้การดื่มมากๆ ทำให้เกิดอาการเมา ขาดสติสัมปชัญญะ เมื่อขับขี่รถอาจเกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต และเป็นสาเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งและก่ออาชญากรรมได้ และที่สำคัญพอๆ กัน คือ การดื่มเบียร์ทำให้เสียเงิน เพราะต้องซื้อและมีราคาแพง (กว่าน้ำ)

ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี ก็ไม่ควรดื่มเบียร์เลย กินน้ำสะอาดดีที่สุด แต่ถ้าจะดื่มเบียร์ ก็ต้องคิดให้ดีว่า ร่างกายเราพร้อมแค่ไหนก่อนดื่ม และควรดื่มพอประมาณ และถูกกาลเทศะ ไม่มากเกินไป เพราะอะไรที่มากเกินไปก็จะส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้
อ้างอิง: http://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=6422

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปัญหาของวัยรุ่นเที่ยวกลางคืนแล้วมีพฤติกรรมแบบ one Night stand


        จากความทันสมัยทางด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารที่มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นจนปัจจุบัน การเรียนรู้และการตอบรับวัฒนธรรมของต่างชาติ ถือเป็นเรื่องง่าย ซึ่งตอนนี้ผู้ที่ จะรับและยอมที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งรอบข้างได้อย่างรวดเร็วคงจะหนีไม่พ้นวัยรุ่น บางครั้งการเปลี่ยนแปลงและการยอมรับเอาวัฒนธรรมจากต่างชาตินั้นมีทั้ง รับเอาในเรืองของการแต่งตัว การเล่นกีฬา การใช้ชีวิต หรือแม้กระทั้งการปฏิบัติตัว สองประเด็นหลังนี้ถือว่าเป็นการรับวัฒนธรรมที่ค่อนข้างล่อแหลมและน่าเป็นห่วงกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะปัจจุบัน วัยรุ่นของไทยมีการ รับเอาวัฒนธรรมที่ผิดๆมาเป็นแบบอย่างมากขึ้น ซึ่งนับวันการเลียนแบบในสิ่งผิดๆ ก็นำไปสู่การสร้างปัญหาที่นับวันก็จะทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น โดยพฤติกรรมที่เรียกว่า one night stand คือการที่ผู้หญิงหรือผู้ชายออกไปเที่ยวกลางคืนตามสถานบันเทิง อาทิ เธค ผับ บาร์ และเมื่อเจอคนที่ถูกใจ ได้เข้าไปพูดคุยถูกคอ สุดท้ายก็จะไปจบลงที่การมีเพศสัมพันธ์กัน แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน และเมื่อผ่านพ้นคำคืนนั้นไปก็ต่างคนต่างไปไม่มีอะไรเป็นข้อผูกมัดต่อกัน พฤติกรรมแบบนี้ถ้าหากพูดแบบไทยๆ เรียกได้ว่าเป็น เซ็กซ์ชั่วคืน หรือความสัมพันธ์กันเพียงชั่วคราว ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับ one night stand ในสังคมไทยไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ได้มีมานานแล้วเพียงแต่ไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องแบบนี้ขึ้นมาพูดคุยหรือหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้สาเหตุส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสังคมไทยรับวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องเสรีทางเพศของตะวันตกเข้ามามาก ซึ่งถือว่าพฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสมกับสังคมไทยอย่างยิ่ง ซึ่ง นางเฟื่องฟ้า ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่าค่านิยมเหล่านี้เป็นค่านิยมที่ผิดและค่อนข้างหน้าเป็นห่วง วัยรุ่นที่เที่ยวกลางคืนแล้วมีพฤติกรรมแบบนี้จะทีคำพูดในกลุ่มว่า ถ้า want ก็ไป work ต่อกัน ซึ่งเป็นค่านิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป จึงถือเป็นเรื่องที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากวัยรุ่นกลุ่มนี้ไม่รู้จักการป้องกันในการมีเพศสัมพันธ์ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา โดยเฉพาะโรคเอดส์ การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ นำไปสู่การทำแท้งซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย สำหรับในส่วนของการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ทางคุณเฟื่องฟ้ากล่าวว่า ทางหน่วยงานก็จะเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้นคือสามารถให้ผ่านพ้นไปได้ก่อน ตามค่านิยมของวัยรุ่น เมื่อมีการเที่ยวกลางคืน การดื่มสุราของมึนเมา ถือเป็นตัวตัวการสำคัญที่จะทำให้วัยรุ่นเหล่านี้ขาดสติจนนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่มีการป้องกัน เรื่องเซ็กซ์ชั่วคืน ในกลุ่มวัยรุ่นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งปัจจุบันสังคมของเรา จะมีพฤติกรรมแบบนี้มากยิ่งขึ้น แต่เชื่อว่าเป็นเพียงบางกลุ่มเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากวัยรุ่นบางคนที่เที่ยวกลางคืน ก็มีจุดประสงค์ เพื่อไปแดนซ์ พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนหรือ ไปเที่ยวคลายเครียดเท่านั้น อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าสังคมไทยมีค่านิยมเสรีเรื่องเพศมากขึ้น จนบางครั้งนำไปสู่การมีพฤติกรรมเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่ถือว่ายังมีวุฒิภาวะน้อย การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หรือพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมแบบ one night stand อาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมต้องร่วมกันหาทางแก้ไข เพราะหากปล่อยให้พฤติกรรมแบบนี้มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นปัญหาสังคมที่ลุกลาม เมื่อถึงเวลานั้นอาจไม่สามารถเยียวยาและแก้ไขได้ทัน. 

อ้างอิง:http://rimnong01.blogspot.com/2010/01/one-night-stand-one-night-stand-one.html

สาเหตุที่เด็กวัยรุ่นมีการดื่มสุรา


สาเหตุที่เด็กวัยรุ่นมีการดื่มสุรา เพราะ
1. เพื่อนชักชวนให้ดื่ม การเข้ากลุ่มเพื่อนและต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อนเมื่อเพื่อนชวนก็เลยยอมตามเพื่อน
2. เพื่อความสนุกสนาน ร่วมวงกับเพื่อน ๆแล้วเกิดความสนุกสนาน
3. ถูกยุ ถูกท้าทายให้ดื่มสุรา เช่น ไม่ดื่มไม่ใช่ชาย ถ้าเป็นชายจริงต้องดื่ม
4. ดื่มสุราตามเทศกาล ดื่มเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน
5. ดื่มเพื่อคลายความทุกข์ เมื่อมีความทุกข์ใจ การดื่มสุราจะทำให้ผู้ดื่มมีความรู้สึกตัวน้อยลง มีความสนุกเพิ่มขึ้น อยากสนุกมากขึ้น จึงทำให้ลืมความทุกข์ใจได้ชั่วขณะ
6. ดื่มเพื่อลดปมด้อยโดยการแสดงพฤติกรรมเด่น การดื่มสุราทำให้เกิดความกล้าที่จะแสดงพฤติกรรมที่ปกติไม่กล้าแสดงออก สิ่งที่เก็บกดก็จะแสดงออกมาโดยไม่คำนึงว่าจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือโดยไม่กลัวกฎหมายลงโทษ เช่น ปกติไม่กล้าสู้คน เป็นคนเก็บกด ก็เอะอะ โวยวาย พูดเสียงดัง คุยโว ท้าตีท้าต่อย บางคนอวดร่ำอวดรวย แจกเงิน ฯลฯ

         ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศชายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นมี 3 ปัจจัย คือ เพศ อายุ ที่พักอาศัย ทัศนคติต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่านิยมการไม่ดื่ม และการรับรู้ผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยเอื้อ คือ การเข้าถึงแหล่งซื้อขาย และความสัมพันธ์ของครอบครัว ส่วนปัจจัยเสริม ได้แก่ พฤติกรรมการดื่มของเพื่อนสนิท และการรับอิทธิพลจากสื่อโฆษณา ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าว มีความสัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยปัจจัยนำเข้า ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมบางกลุ่มที่ไม่มีความสัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น เช่นรายได้ที่ได้รับ การศึกษาของบิดามารดา ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหตุจูงใจก่อนดื่มเป็นต้น แต่เมื่อพิจารณาถึงอิทธิพลหลัก คือ เพื่อนสนิทที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอิทธิพลมากที่สุดในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น
ลักษณะของความสัมพันธ์กับเพื่อนมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นเพราะ เพื่อนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มสุราของวัยรุ่น ซึ่งเป็นได้ทั้งการปรับพฤติกรรมการดื่มให้เหมือนเพื่อน และชักชวนให้เพื่อนดื่ม เพื่อนอาจเป็นผู้ส่งเสริมให้ดื่มหรือหยุดดื่ม และเพื่อนสามารถช่วยเพื่อนให้หยุดดื่มได้ คำถาม คือ อิทธิพลของเพื่อนจะกระทบต่อการดื่มสุราเท่ากันหรือไม่ในแต่ละกลุ่ม ความสัมพันธ์ของเพื่อนมีหลายรูปแบบ ความสัมพันธ์กับเพื่อนอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันและไม่เท่าเทียมกัน คือ พฤติกรรมการดื่มสุราอันเนื่องมาจากอิทธิพลของเพื่อนสนิท เช่น ชนิดของเพื่อนและลักษณะของเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้พฤติกรรมที่วัยรุ่นจะถูกครอบงำโดยเพื่อน นั่นคือ ผู้ที่ดื่มสุรามักมีเพื่อนดื่มสุรา เป็นต้น


อ้างอิง: http://www.dek-d.com/board/view/2668548/

พฤติกรรมการเที่ยวกลางคืนของวัยรุ่น


หลักการและเหตุผล

        ปัจจุบันนี้ปัญหา พฤติกรรมการดื่มสุราของคนไทยในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป เพราะว่าพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมอีกทั้งยังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และ ในสมัยปัจจุบันไม่ใช่มีแค่ผู้ใหญ่ที่ดื่มสุรา แต่ยังมีทั้งเด็กวัยรุ่น และเยาวชนที่ดื่มสุราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะปัญญาของวัยรุ่นในการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสม ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ ไวน์ มีมากขึ้น ในทุกประเทศ เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบทดลองสิ่งต่างๆและวัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้านซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุนำไปสู่การแสดงออกทางพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านสังคมของวัยรุ่นเช่นการคบเพื่อน การต้องการความเป็นอิสระ ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับผู้ปกครองอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นได้ โดยเฉพาะวัยรุ่นในครอบครัวที่มีปัญหา 

         พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น 
        จากการสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประชากรอายุกลุ่มเยาวชนอายุ 15.24 ปี เป็นกลุ่มที่มีการดื่มสุราและเครื่องดื่มมึนเมาร้อยละ 23.5 โดยชายมีอัตราการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มมึนเมาสูงกว่าหญิงในทุกกลุ่มอายุและในประเทศไทยพบว่า วัยรุ่นที่เริ่มดื่มสุราครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี มีความสัมพันธ์กับการติดสุรา(Alcohol Dependent)มากกว่าวัยรุ่นที่ดื่มสุราครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปีถึง 5 เท่า นอกจากนี้ การดื่มสุรา และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกโดยไม่ตั้งใจ และมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย รวมทั้งก่อให้เกิดความรุนแรงระหว่างวัยรุ่นด้วยกันและต่อวัยผู้ใหญ่ด้วย นำไปสู่สาเหตุการตาย 3 อันดับจากอุบัติเหตุรถยนต์ การฆ่าตัวตาย การฆ่าผู้อื่นตายล้วนมีการดื่มสุราและของมึนเมาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

อ้างอิง: http://www.dek-d.com/board/view/2668548/

เที่ยวกลางคืนอย่างฉลาดและปลอดภัยสำหรับวัยรุ่น


          หากคืนนี้มีนัดไปปาร์ตี้แฮงเอาท์ตามสถานบันเทิงต่างๆ จนดึกดื่น และไม่อยากตกเป็นเหยื่อของเหล่าอันธพาลและมิจฉาชีพ ควรระมัดระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราบ้างดังนี้

          1.ควรเลือกสถานที่บันเทิงที่จะไปไม่ควรเป็นสถานที่ที่ล่อแหลมในการก่อเหตุอาชญากรรม
          2.อย่าแต่งกายวับๆ แวมๆ แต่งกายโป๊ แฟชั่นประเภทสายเดี่ยวกระโปร่งสั้นจนน่าเสียวใส้ เพราะอาจทำให้ใครๆ มองว่าเป็นสาวเปรี้ยว สาวซ่าส์ เด็กมั่น ระลึกไว้เสมอว่าเสื้อผ้าประเภทตัดเย็บด้วยผ้าชิ้นน้อยเหล่านั้น ก่อให้เกิดความรู้สึกทางเพศกับผู้ชาย ทั้งยังไปกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของพวกเค้าได้ง่าย ถ้าไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่ง หรือเป็นผู้ที่ถูกข่มขืนรายต่อไปควรพึงสังวรไว้ด้วยนะคะ
         3.แน่นอนว่าไปเที่ยวแล้ว ต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณจึงไม่ควรดื่มสุราหรือเครื่องดื่มจนมึนเมา ไม่รู้สติ และควบคุมตนเองไม่ได้ ยิ่งถ้าไปเที่ยวคนเดียว อาจเกิดกรณีที่เป็นข่าวแท็กซี่นำผู้โดยสารสาวไปข่มขืนอีกก็ได้
         4.การไปท่องราตรี ควรไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จะทำให้โอกาสเกิดอันตรายกับตัวเองลดลง แต่ก็ต้องระวังเพื่อนที่ไปด้วยต้องเป็นเพื่อนที่สนิท มีเพศเดียวกันอยู่ด้วย หากเป็นเพื่อนผู้ชายก็ต้องไว้ใจได้มากๆ ด้วยค่ะ
         5.เวลาจะเข้าห้องน้ำ อย่าไปคนเดียว ควรชวนเพื่อนไปด้วย และก่อนเข้าเช็คให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีใครหลบอยู่ในห้องน้ำ
         6.ควรฝึกศิลปะป้องกันตัวไว้บ้าง เช่น หัดชกมวย เทควันโด คาราเต้ หรือพกอาวุธเล็กๆ ไว้บ้าง เช่น สเปย์ มีดคัดเตอร์ แต่ก็ต้องฝึกการใช้ให้ชำนาญด้วย เดี๋ยวอาวุธเหล่านี้จะกลายเป็นภัยย้อนมาสู่ตนเองได้

อ้างอิง:http://www.gypsyrestaurantandlounge.com/

พฤติกรรมการเที่ยวกลางคืนของสาวไทย ในปัจจุบัน


        ในอดีตผู้หญิงไทยจะถูกสอนมาอย่างดีว่าให้ อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน แต่ปัจจุบัน ผู้หญิงสมัยใหม่โดยเฉพาะในวัยระดับอุดมศึกษาและวัยเพิ่งเริ่มทำงานจำนวนกว่า 50% นิยม กิจกรรมการเที่ยวกลางคืนใน คลับ ผับ หรือ บาร์ เพื่อเติมสีสันให้ชีวิตและเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการเรียน การงานและแข่งขันในสังคม พฤติกรรมและทัศนคติในการเที่ยวกลางคืนของสาวๆอายุระหว่าง 16-25 ปีในเขตกรุงเทพมหานครฯและปริมณฑล จำนวน 200 คน ผ่านทางDDB Insights Springboard เครื่องมือในการศึกษาเบื้องลึกของผู้บริโภคที่สามารถทำให้เข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคและสังคมแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง

       ผลการศึกษาแต่ละประเด็นพบว่า
       สำหรับสาวๆแล้ว การเที่ยวกลางคืนดูจะสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการออกงานสังคมอื่นๆ การแต่งตัวนั้นสาวๆ กว่า 80% เลือกที่จะแต่งตัวพอประมาณ กล่าวคือนิยมใส่สายเดี่ยว แขนกุด โชว์กันพอประมาณไม่โป๊เกินจนเสียความมั่นใจ หรือมิดชิดเกินไปจนดูหลุดเทรนด์แถมยังไม่เหมาะกับสถานที่ สำหรับชุดที่วาบหวิวอย่าง ซีทรู เปิดสะดือ หรือ เกาะอก สาวๆส่วนใหญ่ยังไม่กล้าพอที่จะใส่ออกไปเที่ยวกลางคืนได้ความผ่อนคลาย แต่ยังกังวลกับอันตรายต่อตนเอง
แน่นอนที่สาวๆจะมีความคิดเห็นต่อการเที่ยวกลางคืนว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความสนุกและความผ่อนคลายแก่พวกเธอ แต่ที่น่าสนใจคือแม้ว่าผู้หญิงที่เที่ยวกลางคืนจะถูกมองว่ามีความมั่นใจและไม่กลัวต่ออันตราย สิ่งที่พวกเธอกังวลมากที่สุดคืออันตรายต่อสุขภาพร่างกายของพวกเธอเองและการถูกมอมด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือยาเสพติดชนิดอื่นๆ อันนำไปสู่การถูกข่มขืนและการตั้งท้องอันไม่พึงประสงค์ แต่กระนั้นก็มีสาวเพียง15%เท่านั้นที่พกถุงยางอนามัยไว้กับตัวระหว่างไปเที่ยวกลางคืน
สาวๆชอบควงเพื่อนไปเที่ยวกลางคืน มากกว่าควงแฟน
        พวกเธอไม่นิยมฉายเดี่ยวลุยราตรี โดยที่มักจะไปเป็นกลุ่มประมาณ 4-5คน กับเพื่อนๆทั้งเพศชายเพศหญิงแทน แต่ก็ไม่ใช่จะหมดหวังไปซะทีเดียวหรอกเพราะอย่างน้อย มีอยู่เพียง 2% เท่านั้นที่พกแฟนไปด้วย
       “สลิมยังคงเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยม
สลิม ผับชื่อดังย่าน อาร์ ซี เอ ยังคงเป็นสถานที่เที่ยวที่ถูกกล่าวขานอย่างกว้างขวางในหมู่นักเที่ยวกลางคืนทั้งชายและหญิง โดยที่สาวๆ สามารถมั่นใจว่าจะได้รับความสนุก และไม่ตกยุค เนื่องจากกำลังได้รับความนิยมทั้งจากเพื่อนฝูงและวัยรุ่นส่วนใหญ่ รวมถึงมีแนวเพลงที่ถูกใจนอกจากนั้นยังมีโอกาสพบปะกับหนุ่มๆและดารา นักร้อง นักแสดงอีกด้วย ที่น่าสนใจคือนอกเหนือจาก สลิม แล้ว บาร์เกย์ เป็นอีกที่หนึ่งที่สาวๆให้ความสนใจและอยากลองสัมผัสดูสักครั้ง.
แต่ที่น่าจับตามองที่สุดเห็นจะเป็น เลสล่า ผับ ที่เปิดรับแต่นักเที่ยวสาวๆเท่านั้น โดยเป็นสถานที่ที่สาวๆที่นิยมเพศเดียวกันเองเข้ามาสัมผัสความสนุกยามค่ำคืนด้วยกัน นอกจากนี้ เลสล่า ยังมีวารสารเพื่อให้ข่าวสารข้อมูลแก่สมาชิกที่ปัจจุบันมีมากกว่า 100,000 รายเข้าให้แล้ว

อ้างอิง:http://www.gypsyrestaurantandlounge.com/

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การออกมาเข้มงวดกวดขันธุรกิจสถานบันเทิง

ปัจจุบันธุรกิจสถานบันเทิงในประเทศไทยได้เติบโตและมีการขยายตัวค่อนข้างมาก มีสถานบันเทิงต่างๆตั้งขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีสถานบันเทิงน้อยใหญ่กระจายอยู่ตามเขตต่างๆเต็มไปหมด ย่านสถานบันเทิงชื่อดังที่นักเที่ยวรู้จักกันดี ได้แก่ รัชดา สีลมและสุขุมวิท ใครอยู่ใกล้บริเวณใดก็ไปแถวนั้น มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ระดับปานกลาง ธรรมดาจนถึงระดับ Hi-class การที่มีสถานบันเทิงกระจุกตัวอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง จึงทำให้แต่ละร้านสรรหากลยุทธ์ต่างๆมาใช้เพื่อให้ลูกค้าเลือกเข้าร้านตน เพื่อเพิ่มยอดขายและเพื่อทำกำไรสูงสุดนั่นเอง
สถานที่ทำงานถือว่าเป็นแหล่งบันเทิงเริงรมณ์แห่งชีวิต ก็เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีทุกอย่างทุกกิจกรรมให้ท่านได้สร้างความรักความผูกพันระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ให้ท่านได้ใช้สมอง จิตใจ ความคิดริเริ่ม ความอดทน ความเห็นอกเห็นใจและแสดงฝีมือ มีที่ไหนบ้างในโลกนี้ที่ดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาได้มากมายถึงขนาดนี้ ในขณะเดียวกันที่ทำงานนี้แหล่ะ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่มองดูเหมือนว่าเป็นนรกบนดินต้องยอมบากหน้าเดินทางมาแต่เช้าแล้วก็กลับตอนเย็นทนทรมารอยู่กับงานซ้ำซาจำเจ จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าทำไมหลายคนจึงปล่อยเวลาผ่านไปวันๆโดยไม่มีอะไรเป้นชิ้นเป็นอันมีชีวิตอยู่เพื่อรอวันตายนี่ก็คือตัวอย่างของการมองที่ทำงานว่าเป็นนรก
ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เด็กและเยาวชนถูกชักนำไปมั่วสุมตามสถานเริงรมย์ต่างๆ และผู้ประกอบการไม่มีการกวดขัน เด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ที่เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการดังกล่าว มักมีการก่อการทะเลาะวิวาท อาชญากรรม การมั่วสุม การแพร่ระบาดของยาเสพติด โรคระบบทางเดินหายใจ และปัญหาอื่นๆทางสังคม ตลอดจนผู้ที่ทำงานในสถานบันเทิง ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายแรงงานที่จะเข้าไปควบคุมดูแลสวัสดิการ กระแสการควบคุมสถานบันเทิงเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสังคมไทยกำลังมาแรง ทำให้เกิดมาตรการต่างๆที่ออกมาควบคุมสถานบันเทิงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสังคมออกมาเป็นระยะๆ ทั้งการห้ามสูบบุหรี่ในสถานบันเทิงโดยเด็ดขาด หรือการออกมาเข้มงวดกวดขันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีมากขึ้นรวมไปถึงกระแสการซาวเสียงว่า จะเข้มงวดกวดขันกับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี ในการออกจากเคหสถานในเวลาค่ำคืนด้วยหรือไม่

อ้างอิง:http://www.gypsyrestaurantandlounge.com